ผู้เขียน หัวข้อ: ยุคใช้เด็กสร้างบ้าน…ใช้อันธพาลครองเมือง!  (อ่าน 3852 ครั้ง)

ออฟไลน์ arch

  • Arch MerciGod
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 17,213
  • Karma: +5895/-0
  • Arch MerciGod
    • MerciGod
แต่ก่อนนี้เวลาจะพูดจาประชดประชันใครที่ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพายก็จะใช้คำพังเพยแต่โบราณที่ว่า “คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง” แต่ในวันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผู้คนพากันกล่าวขานว่ายุคนี้เป็นยุคใช้เด็กสร้างบ้าน ใช้อันธพาลครองเมือง
       
       การใช้เด็กสร้างบ้านก็มีความหมายตรงตัวอยู่แล้วว่าการสร้างบ้านสร้างเมืองก็ย่อมไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นพาย มีแต่เรื่องตีฆ้องร้องป่าวหลอกลวงเหลวไหลไร้สาระทั้งนั้น
       
       แต่การใช้อันธพาลครองเมืองนี่สิเป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง เพราะก่อให้เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ทุกวงการ ทุกหัวระแหง และทุกชั้นชน จนบ้านเมืองคงจะหลีกหนีการจลาจลไม่พ้นเสียแล้ว คงเหลือแต่ว่าจะนองเลือดกันมากและน้อยเท่าใด หรือว่าจะเป็นสงครามประชาชนขนาดเล็กใหญ่เพียงใดเท่านั้น
       
       เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ได้แต่หวังว่าคำประกาศสงกรานต์ 2551 ที่บอกว่านางสงกรานต์เวรปีนี้จะมาปราบเหล่าพาลให้สิ้นสูญจะปรากฏเป็นจริงขึ้นในเร็ววัน เพื่อดับร้อนและทุกข์เข็ญในบ้านเมืองให้สร่างคลายลงไปบ้าง
       
       ในทางเศรษฐกิจนั้น เป็นเรื่องของการใช้เด็กสร้างบ้านโดยแท้ เพราะมีแต่พวกไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกหนึ่งและมีแต่พวกช่างทำรองเท้าที่ให้ไปทำหน้าที่เป็นหมอฟันอีกพวกหนึ่ง
       
       ดังนั้นเศรษฐกิจของประเทศไทยก็คงเป็นดังที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมายอมรับล่าสุดนั่นแหละว่าเศรษฐกิจไทยเข้าขั้นโคม่าแล้ว
       
       โคม่าด้วยเหตุหลายสถาน
       
       สถานหนึ่ง ภาระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูกำลังถั่งโถมเข้ามาเพราะถึงกำหนดชำระเป็นเงินราว 1,200,000 ล้านบาท เฉพาะดอกเบี้ยก็ตกปีละ 50,000 ล้านบาท ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอากันอย่างไร หรือว่าจะแก้ไขกฎหมายเอาเงินในบัญชีเงินสำรองเงินตราไปใช้หนี้เหมือนที่พยายามจะทำกันอยู่ในรัฐบาลที่แล้ว
       
       สถานสอง ผลขาดทุนจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทที่พ่อของไอ้คนที่ไม่ปลื้มไปสร้างแบบอย่างไว้ และมีผลขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 600,000 ล้านบาทแล้ว เนื่องจากการเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐในยุคแรก ๆ ที่อัตราดอลลาร์ละ 41 บาทนั้นมีผลขาดทุนถึงดอลลาร์ละ 11 บาทแล้ว มิหนำซ้ำยังมีการออกพันธบัตรอีก 2 ล้านล้านบาทไปซื้อเงินดอลลาร์มาตุนไว้อีก ทุกจำนวนที่ซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐล้วนขาดทุนทั้งนั้น และป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะแก้กันอย่างไร
       
       สถานสาม ธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐถูกโกงจนกลวงโบ๋ไปหมดเป็นเงินนับแสนล้านบาท ที่เที่ยวพูดกันว่าหนี้เสียลดลงนั้นเป็นเรื่องหลอกชาวบ้านให้หลงผิด เพราะไม่เคยมีลูกหนี้เน่าเอาเงินไปชำระหนี้แต่ประการใด มีแต่การใช้กลวิธีผ่องถ่ายขายหนี้เน่าไปให้บรรษัทหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐรับภาระแทน โดยหลวงต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งยังจะต้องเพิ่มทุนกันอีกไม่รู้เท่าใด รอพิษซับไพรม์อักเสบมาถึงก็คงจะบรรลัยวอดกันเป็นการใหญ่ และจะชักพาเอาธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐพังพินาศไปแค่ไหนก็ยังไม่รู้
       
       สถานสี่ การสร้างภาระหนี้ให้กับแผ่นดินและภาระรายจ่ายงบประมาณเพื่อซื้อเสียงซื้อใจคนยากคนจนให้อุ้มสมครองอำนาจ จะสร้างความพินาศและความวิปริตให้กับระบบการเงินและงบประมาณของประเทศจนย่อยยับดับสูญ และในที่สุดก็ก่อหนี้กันไม่หวาดไหว
       
       สถานห้า ในขณะที่ภาวะวิกฤตกำลังถาโถมเข้ามาดังที่พูดกันว่าสึนามิทางเศรษฐกิจกำลังใกล้ประเทศไทยเข้ามาทุกทีนั้น แทนที่จะตั้งตัวรับมือ กลับเร่งก่อหนี้สินในเรื่องโครงการเมกะโปรเจกต์เป็นเงินนับล้านล้านบาท จะทำให้ความพินาศฉิบหายขยายตัวหนักหน่วงเพิ่มขึ้นไปอีก
       
       สถานหก ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทุกวันโดยไม่มีมาตรการใดแก้ไขหรือรองรับเลย ในปี 2551 นี้คงจะได้เห็นน้ำมันลิตรละ 60 บาท ซึ่งจะลากเอาค่าอุปโภคบริโภคอย่างอื่นและค่าครองชีพของประชาชนขึ้นไปจนสูงลิ่ว แล้วรายได้ไม่พอจ่าย จากนั้นก็จะกลายเป็นโจรปล้นบ้านปล้นเมืองกันอย่างขนานใหญ่
       
       สถานเจ็ด ทั้งหกสถานที่ผ่านมายังเป็นเรื่องที่พอมีข้าวกินไม่หิวโหย แต่พวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกำลังเร่งความพินาศให้หนักหน่วงขึ้นและเร็วขึ้นด้วยการคิดอ่านส่งออกข้าวไปขายต่างประเทศในปริมาณที่มากที่สุดเท่าที่จะขายได้ แม้กระทั่งคิดอ่านจะเอาข้าวไปแลกเพชรจากประเทศนามิเบีย
       
       เป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญาเต็มทีเพราะปีนี้ประเทศไทยผลิตข้าวได้เหลือกินเหลือขายเพียงประเทศเดียวในโลกเท่านั้น ประเทศจีนผลิตข้าวได้ไม่พอกินแล้วเพราะประสบภัยธรรมชาติ ต้องเร่งนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะนำเข้าจากที่ไหน ในขณะที่ข้าวในคลังสำรองก็จะไม่พอใช้
       
       ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นประเทศผลิตข้าวและเป็นคู่แข่งสำคัญของประเทศไทยในปีนี้ก็เสียหายหมด ผลิตไม่พอใช้ ข้าวไม่พอกิน อาจต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าว
       
       ในโลกนี้จึงเหลือแต่ประเทศไทยและกัมพูชาเท่านั้นที่ผลิตข้าวได้เหลือกินเหลือใช้ เพราะพม่านั้นผลิตได้แค่พอกินเท่านั้น ไม่เหลือส่งออก หรือเหลือบ้างเล็กน้อยก็ต้องเก็บสำรองไว้
       
       ข้าวของประเทศไทยในปีนี้ต่อให้นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็จะมีคนมาแย่งซื้อและจะมีราคาสูงลิ่ว เพราะคนในเอเชียส่วนใหญ่ต้องกินข้าว คนไทยเองก็ต้องกินข้าว ไม่เห็นหรือว่าในวันนี้ราคาข้าวสารชั้นดีขึ้นไปถังละกว่า 400 บาทแล้ว ลากเอาราคาข้าวแกงขึ้นไปถึงจานละ 40 บาทแล้ว
       
       ดังนั้นในปัญหาข้าวของประเทศไทยในปีนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ส่งออกไม่ได้หรือขายไม่ได้ หรือราคาไม่ดีเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะสำรองข้าวไว้ให้คนไทยพอกินได้ในราคาที่คนไทยซื้อหาได้โดยไม่เดือดร้อนเป็นจำนวนเท่าใดและในราคาเท่าใด
       
       ในเวลานี้ข้าวไม่ได้อยู่ในมือชาวนาแล้ว แต่ไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางที่เตรียมจะส่งออก ดังนั้นถ้าไม่จัดสรรปริมาณข้าวสำหรับใช้ในประเทศกับข้าวเพื่อการส่งออกให้ถูกต้องก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าจะมีการเร่งส่งข้าวออกไปต่างประเทศจนข้าวในประเทศไม่พอกินไม่พอใช้และในราคาที่คนชั้นกลางหรือคนยากคนจนไม่มีปัญญาจะซื้อหามากิน
       
       ปีนี้ดีไม่ดีคนไทยอาจจะได้เห็นราคาข้าวสารขึ้นไปถึงถังละ 600 บาท แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ยังดีอยู่หน่อยหนึ่งเพราะยังมีข้าวกิน ดีกว่าที่จะส่งออกข้าวไปเป็นส่วนใหญ่จนไม่มีข้าวพอจะกินกันทั้งประเทศ
       
       อย่าไปไว้ใจเชียวนา ไอ้พวกเด็กสร้างบ้านที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแล้วถูกเสกเข้ามาบริหารงานเศรษฐกิจนั้นไว้ใจไม่ได้ คิดแต่จะสร้างผลงานเรื่องส่งออก แต่จะทำให้คนไทยทั้งประเทศอดข้าวเป็นครั้งแรกและจะทำให้ข้าวสารขึ้นไปถึงถังละ 600 บาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้
       
       คนไทยจะปล้นชิงข้าวกันกินก็คราวนี้แหละ! ดังนั้นต้องจับตาและระมัดระวังให้ดีว่าปีนี้เราอาจจะมีข้าวไม่พอกิน
       
       จึงอยากจะฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ไว้สักหน่อยหนึ่งว่าอย่าหลงลมเร่งส่งข้าวออกไปต่างประเทศโดยไม่บันยะบันยังเพื่อหวังยอดส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว จะต้องกันส่วนข้าวที่ต้องใช้บริโภคในประเทศให้พอและเกินพอสัก 20% ไว้เสียก่อน มิฉะนั้นข้าวจะขาดแคลนไม่พอกิน และราคาจะขึ้นไปสูงลิ่ว
       
       แก้รัฐธรรมนูญโดยข่มขืนใจคนอาจจะไม่ถูกใครกระทืบ แต่ถ้าคนไทยไม่มีข้าวกินจะไม่เพียงแต่ถูกกระทืบเท่านั้น ระวังกันให้ดี คนไทยอาจจะโมโหเผาบ้านเผาเมืองกันเพราะเหตุไม่มีข้าวกินก็ได้ ทำเป็นเล่นไป!
       
       เจ๊มิ่งก็เหมือนกัน อย่าคิดแต่ตัวเลขส่งออกอย่างเดียว ปีนี้เป็นปีพิเศษ ต้องกันข้าวไว้สำหรับบริโภคในประเทศให้เพียงพอและในราคาที่สมควรเสียก่อนเพื่อน ให้ถ่วงรั้งการส่งออกข้าวไว้อย่าผลีผลาม นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร ใครต่อใครก็จะมาง้อขอซื้อข้าวเองอยู่แล้ว ปีนี้การส่งออกข้าวจึงไม่ใช่ผลงานใด ๆ ที่จะอ้างอิงได้เลย
       
       ในปัญหาเรื่องใช้อันธพาลครองเมืองนั้น กำลังก่อความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวงขึ้นในบ้านเมือง เพราะมีการใช้อำนาจรัฐโดยไม่เป็นธรรมกดขี่ข่มเหงบังคับกลั่นแกล้งทำร้ายผู้คนมากหลาย
       
       ก็ต้องคอยดูกันว่าอำนาจที่ไม่เป็นธรรมหรือที่ใช้อย่างไม่เป็นธรรมจะอยู่ไปได้นานเท่าใด เพราะในประวัติศาสตร์นั้นไม่เคยมีอำนาจที่ไม่เป็นธรรมหรือการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมจะจีรังยั่งยืนไปได้เลย
       
       สถานการณ์ในบ้านเมืองของประเทศไทยในวันนี้กำลังเหมือนกับยุคตั๋งโต๊ะลำพองในอำนาจ ครอบงำ เบียดเบียน ลิดรอนพระราชวงศ์ฮั่น กดขี่ข่มเหงข้าราชการ บังคับกลั่นแกล้งเข่นฆ่าสังหารอาณาประชาราษฎรเข้าไปทุกทีแล้ว
       
       ตั๋งโต๊ะเป็นอันธพาลที่ถูกสาปแช่งทั้งสิบทิศก็แต่เพียงคนเดียว แต่บ้านเราในวันนี้ดูไปแล้วก็จะเห็นแก๊งอันธพาลเต็มไปทั้งบ้านทั้งเมือง และกำลังถูกส่งเสริมให้มีอำนาจในบ้านเมืองมากขึ้นทุกที
       
       ก็เป็นดังที่เคยมีผู้ชี้ไว้ว่าจากนี้ไปคนไทยหากไม่ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมแล้วก็ต้องยอมเป็นพวก มอบความจงรักภักดีให้กับกลุ่มอันธพาลครองเมือง หรือไม่ก็ไปตายเสีย
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งตรัสสอนพสกนิกรตลอดระยะเวลาอันยาวนานแห่งรัชกาลว่า ต้องส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจในบ้านเมือง และจำกัดขัดขวางคนไม่ดีอย่าให้มีอำนาจในบ้านเมือง
       
       เพราะหากคนดีมีอำนาจในบ้านเมือง สิ่งที่เป็นกุศล สิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ประเสริฐและความเจริญรุ่งเรืองตลอดจนความร่มเย็นเป็นสุขก็จะบังเกิดแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎรทั้งปวง
       
       แต่ถ้าหากคนไม่ดีมีอำนาจในบ้านเมือง สิ่งที่เป็นอกุศล สิ่งที่ชั่วช้าเลวทราม สิ่งที่อุบาทว์ลามก ความวิบัติ ตลอดจนความเดือดร้อนทุกข์เข็ญก็จะบังเกิดแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร
       
       รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่จะต้องสนองพระบรมราโชบายและคำตรัสสอนนี้ให้เป็นมรรคเป็นผลและให้เป็นจริงขึ้นมา ตรงกันข้าม หาไม่แล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรยศต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะต้องเผชิญกับความวิบัติและความพินาศฉิบหายในเร็ววันโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
       
       วันนี้คนไทยทั้งประเทศลองสังเกตดูกันให้ดีเถิดว่ารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือว่าเป็นรัฐบาลหุ่นให้กับระบอบอื่น
       
       ไม่ต้องดูอื่นไกลให้ยากลำบากเลย ดูกันที่การส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจหรือการส่งเสริมให้อันธพาลครองเมือง ก็มีความเพียงพอและชัดเจนแล้ว
       
       เร่งอุณหภูมิแห่งความขัดแย้ง เร่งอุณหภูมิความเดือดร้อนของชาติบ้านเมืองและประชาชนเข้าไปให้เต็มที่ตามอำเภอใจไปเถิดถ้าหากแน่ใจว่าอธรรมชนะธรรม และอำนาจในมือนั้นจะไม่มีวันผันแปรไปเป็นอย่างอื่น
       
       เนื่องในเทศกาลสงกรานต์นี้ ข้าพเจ้าขอกล่าวสัจวาจาว่า
       
       อำนาจทั้งปวงเป็นสิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งขึ้น เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง และเป็นอนัตตา อำนาจที่เป็นธรรมย่อมเจริญรุ่งเรือง อำนาจที่เป็นอธรรมหรือที่ใช้โดยไม่เป็นธรรมย่อมวิบัติพินาศในที่สุดเสมอ
       
       ทุกคนมีความเกิดขึ้นแล้วย่อมตั้งอยู่และมีความดับไปในที่สุด ทุกคนมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่วเสมอ
       
       ข้าพเจ้าไม่ยึดถือสิ่งใดเป็นที่พึ่งอันเกษม พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้าเป็นสรณะอันเกษมของข้าพเจ้า
       
       ขออำนาจและอานุภาพแห่งความสัตย์นี้ จงดลบันดาลให้เหล่าอธรรมพินาศฉิบหาย จงประสบแต่สรรพทุกข์ สรรพโรค สรรพภัย และสรรพอุบาทว์ตลอดกาลนาน จงดลบันดาลให้เหล่าผู้ถือธรรมอำไพ เจริญรุ่งเรือง สรรพทุกข์ สรรพโรค สรรพภัย สรรพอุบาทว์ทั้งหลายอย่าได้กล้ำกรายแผ้วพาน ขอจงถึงซึ่งความสวัสดีและความมีชัยชนะในที่ทั้งปวงเทอญ.