ผู้เขียน หัวข้อ: “หมอลักษณ์” ชี้ “หมัก” มีเคราะห์เตือน “แม้ว” ไม่มีแผ่นดินอยู่  (อ่าน 4085 ครั้ง)

ออฟไลน์ arch

  • Arch MerciGod
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 17,213
  • Karma: +5895/-0
  • Arch MerciGod
    • MerciGod
ถึงคิว “หมอลักษณ์” ฟันธง ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญก่อนเดือนสิงหาคมบ้านเมืองปั่นป่วนนองเลือดแน่ แต่การแก้ไขต้องเริ่มในประเด็นที่ไม่ใช่การเมืองนำ เตือน “หมัก” มีเคราะห์ช่วงกลางเดือนนี้ แนะให้หุบปากให้มากไว้ ขณะเดียวกัน เตือน “แม้ว” ต้องหยุดเล่นการเมืองตามที่สัญญา หากผิดคำพูดจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ส่วนการปฏิวัติถ้าเกิดขึ้นอีกบ้านเมืองพังแน่
       
       
       วันนี้ (7 เม.ย.) นายลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ เปิดแถลงข่าวในหัวข้อ “ปฏิวัตินองเลือด วิกฤติชะตาเมืองกับทางออกของประเทศไทย” โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่มีปัญหา เนื่องจากยกร่างขึ้นในช่วงที่ดาวพฤหัสฯ ซึ่งเป็นดาวของนักปราชญ์ทำมุมในภพมรณะกับดวงเมือง ส่งผลให้เป็นรัฐธรรมนูญมีปัญหาต่อรัฐบาลชุดปัจุบันและชุดต่อไป ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดขึ้นก่อนเดือนสิงหาคม มิฉะนั้นจะเกิดความขัดแย้งทางความคิดถึงขั้นนองลือดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน
       
       “การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่มีปัญหาความแตกแยกทางการเมือง ส่วนการแก้ไขจะเสนอแก้ในประเด็นใดก็ได้ แต่เห็นว่าควรใช้ประเด็นที่ไม่ใช่เรื่องการเมืองเป็นประเด็นนำ ซี่งผมขอเสนอให้แก้ไขในประเด็นให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” นายลักษณ์กล่าว
       
       นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดมติร่วมกัน ขอแนะนำให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนำธงเหลืองไปติดที่หน้าบ้านหรือรถยนต์ส่วนตัว เพื่อให้เป็นมติร่วมกัน ส่วนดวงของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในช่วงนี้ นายสมัครจะมีเคราะห์ต้องป่วย อึดอัด และกดดัน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 17 มษายน จึงขอแนะนำให้นายกรัฐมนตรีอดทนและพูดให้น้อยที่สุด
       
       สำหรับอนาคตของรัฐบาลนั้น นายลักษณ์ กล่าวว่า อนาคตของรัฐบาลจะต้องรอดูว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่ หากแก้ไขได้ รัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้ โดยตนได้เคยทำนายไว้แล้วว่านายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่อนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับรัฐบาลชุดนี้หากบริหารประเทศอยู่ได้ถึง 2 ปีถือว่าเก่งแล้ว
       
       นายลักษณ์ ยังกล่าวถึงดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ดวง พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในราศีกันย์ ซึ่งเป็นอริกับดวงเมือง และประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว ขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีทำอย่างที่พูด พ.ต.ท.ทักษิณ โชคดีที่มีโอกาสกลับมาเมืองไทยเพื่อมาแก้ไข จึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการ หาก พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ได้ขอให้ยึดมั่นจงรักภักดีและอย่าได้เดินเกมการเมืองอะไร ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ มาทำงานการเมืองอีกจะวุ่นวายไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะการล้วงลูกข้างหลัง การเปลี่ยนแปลงโยกย้ายข้าราชการทหารในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปอยู่เบื้องหลัง ล้วงลูกจะกลายเป็นอีกชนวนหนึ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายและนำไปสู่เรื่องร้ายที่ไม่มีใครคิด
       
       “คุณสมัครน่าสงสารเพราะหัวเดียวกระเทียมลีบ คุณสมัครไม่ได้ล้วงลูกกองทัพ ไม่เชื่อไปถาม พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา) ได้เลย เพราะผมดูดวงคุณสมัคร วันนี้คุณสมัครไม่ได้จ่ายเงินเข้าใจไหม คุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้ควักตังค์ในกระเป๋ามาแจกให้ ส.ส.แต่ทำงานด้วยความสามารถ จึงไม่มีกำลังไปสั่งใคร คุณสมัครน่าสงสาร ที่งานต้องทำและต้องคอยปราม ส.ส.ในพรรคอีก เรื่องนี้น่าเป็นห่วง ถ้าคุณทักษิณมายุ่งกับการเมืองต่อจากนี้ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะมีปัญหาถึงขั้นไม่มีแผ่นดินจะอยู่ จึงขอให้คุณทักษิณไปทำงานสาธารณะจะดีกว่า” นายลักษณ์กล่าว
       
       ส่วนที่มีผู้ทำนายว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก จะเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังมีการปฏิวัติรัฐประหารนั้น นายลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากชี้นำให้เกิดอะไรในใจของทหาร ทั้งนี้ ทหารมีหน้าที่ต้องอยู่ในกรอบวินัย แต่ถ้าถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ในอดีตมีความเป็นไปได้ และเคยมีนายทหารขึ้นมาบริหารประเทศหลังเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย เพราะคนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ไม่ได้ แต่ขณะนี้ดาวราหูอยู่ในราศีมังกร หมายความว่าโลกไปข้างหน้าแล้ว ถ้าวันพรุ่งนี้ทหารขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย บ้านเมืองจะเสียหาย ขอฟันธง
       
       “ถ้าทหารคนใดมาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยการปฏิวัติจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตามบ้านเมืองจะเสียหายและประเทศจะพังทันที ไม่อยากชี้นำ พล.อ.อนุพงษ์” นายลักษณ์ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลักษณ์ยังได้เล่าให้สื่อมวลชนฟังว่า ก่อนวันรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นายสมัครได้นิมนต์พระจากวัดไตรมิตรวิทยาราม นำโดยพระเทพภาวนาวิกรม หรือเจ้าคุณธงชัย ให้มาเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้าน และได้รับที่จะติดตามโครงการสร้างมหามณฑปประดิษฐานพระทองคำ ซึ่งถือเป็นการทำกุศลครั้งสำคัญที่จะเกื้อหนุนนายสมัคร เช่นเดียวกับที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นเจ้าภาพสังคายนาพระไตรปิฏกในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี อันเป็นเหตุผลทำให้นายชวนอยู่ในตำแหน่งได้อย่างยาวนานด้วย