ผู้เขียน หัวข้อ: "จูน"ซาบีน่าขยุ้มใจ"พีเค"เป็นเหตุแมร์ทิ้ง  (อ่าน 3111 ครั้ง)

ออฟไลน์ arch

  • Arch MerciGod
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 17,213
  • Karma: +5895/-0
  • Arch MerciGod
    • MerciGod
แฉให้ช็อก!! ( ยิ่งกว่า) ว่า...สาวสวยเจ้าของตำแหน่งซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล คอนเทสต์ 2008 ''น้องจูน'' ปวีณา รุ่งรัตนวิไล ถูกเพ่งเล็งเป็นต้นเหตุ ให้ ''หมูดำ'' หรือ ''กาละแมร์-พัชรศรี'' กับ ''หมาเน่า'' หรือ ''พีเค-ปิยะวัฒน์'' สะบั้นรักหักสวาท!!! แหล่งข่าวให้การเลิฟว่าทั้งคู่เลิกรากันมานานแล้ว แต่ความลับเรื่องเลิกรักเพิ่งจะแตกโพละเมื่อไม่นานมานี้ ด้านพิธีกรสาวประกาศไม่ยุ่งหากอดีตแฟนตกเป็นข่าวกับสาวๆ เพราะถือว่าเลิกกันแล้ว ตอนนี้หมดเวรหมดกรรม ลั่น ไม่คืนดี



ภายหลังจากที่เกิดช็อกซีนีม่าเลิฟ!!! เมื่อจู่ๆ ก็มีข่าวออกมาว่าความรักระหว่างพิธีกรสาวฝีปากกล้าแห่งรายการ ''ผู้หญิงถึงผู้หญิง'' อย่าง ''กาละแมร์'' พัชรศรี เบญจมาศ และ ''ดีเจพีเค'' ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร อับปางลง ทั้งๆ ที่คบหากันมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีกว่า และเท่าที่ผ่านมาก็แสดงอาการหวานซาบซ่าตลอด เป็นต้นว่า ฝ่ายชายตามไปนั่งให้กำลังใจฝ่ายหญิงในระหว่างที่บันทึกเทปรายการ ''ราตรีสโมสร'' บ้างล่ะ หรือไม่ฝ่ายพีเคเองจะเดินทางไปเป็นเพื่อนช่วยอดีตดาร์ลิงเลือกซื้อหาเสื้อผ้าที่มองแล้วเริ่ดหรูดูดีมีสกุล ตลอดจนกาละแมร์เองพาพีเคไปซื้อบ้าน แนะนำเรื่องของการออมทรัพย์ที่เห็นผล จนทำให้ใครๆ ต่างก็เพ่งเล็งว่าทั้งคู่น่าจะมีข่าวดีให้ฟังในอีกไม่ช้า 
 

ซึ่งงานนี้ทางฝ่ายชายได้ออกมาปริปากในงานอีเอฟเอ็ม เบิร์ธเดย์ เฟสต์ '' 2 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม ที่ผับ บาร์โร้ค พระราม 9 ด้วยท่าทางเสียดายกาละแมร์ว่า ต้นเหตุที่เลิกรากันนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เป็นแค่เรื่องของความคิดทั้งคู่ที่ต่างกัน อีกทั้งยังบอกอีกว่าตลอดเวลาที่คบหากับกาละแมร์เขามีความสุขที่สุด อีกทั้งเกิดอาการเสียดายจนต้องเอ่ยปากขอโอกาสแก้ตัว
 

ส่วนทางกาละแมร์นั้นในวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สยามดาราได้เจอเธอในงานแถลงข่าว ''มาช่า มาโชว์ความแกร่งกับแอลลีน แคลเซียม-10'' ที่ห้องเกษรพรีเมียร์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า ซึ่งในงานดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากาละแมร์เดินทางมาร่วมงานด้วยท่าทางร่าเริงสดใส ไร้วี่แววคนอกหัก หนำซ้ำยังเอ่ยปากแซว กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ซึ่งเดินทางมาในฐานะพิธีกรในงานกับ มาช่า วัฒนพานิช ว่า เห็นแล้วอิจฉา และรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับเป็นส่วนเกิน หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดังตามสไตล์ พัชรศรี เบญจมาศ 
 

เมื่องานแถลงข่าวสิ้นสุดลง ทางผู้สื่อข่าวกรูเข้าไปโจมตีกาละแมร์ พร้อมกับป้อนประเด็นฮอต ปมรัก รอยอดีตเลิฟ งานนี้เจ้าตัวเองออกมาเปิดปากว่า มีความรู้สึกที่ขัดแย้งกันมานานแล้ว และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็พยายามเปิดโอกาส ที่เมื่อเห็นว่าไปกันไม่ได้จริงๆ ก็ไม่อยากยื้อให้เสียเวลา อีกทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กันไปแล้วมือที่ 3 มือที่ 4 ไม่จำเป็นต้องเอ่ย พร้อมประกาศต่อไปด้วยว่าต่อจากนี้ไป พีเคมีข่าวกับใครก็ช่างไม่เกี่ยวกับตน เห็นบอกว่าเลิกกันแล้ว
 

''เลิกแล้วค่ะ หนูเลิกกับเขาแล้วค่ะ (หัวเราะ) คือเรื่องมันเริ่มมาได้สักพักนึงแล้ว เราห่างกันมาสักพัก ประมาณเดือนนึงเห็นจะได้ แต่เราก็ยังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน เมื่อคบหาดูใจกันแล้วมันน่าจะไม่พัฒนาไปได้มากกว่านี้ ก็ขอหยุดลงตรงนี้ดีกว่า เป็นเพื่อนกันดีกว่า มีอะไรก็ยังคุยกัน ปรึกษากันได้ มีปัญหาก็มาคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือว่าเรื่องส่วนตัว ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้เหมือนเดิม จากกันด้วยดี ไม่มีอะไรโกรธเคืองกัน สาเหตุเป็นเรื่องที่เราสองคนก็รู้ๆ กันอยู่ แต่จะให้มาเจาะจง ว่าเป็นเพราะอะไรคงจะบอกไม่ได้ เราเลิกกันก็ต้องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน เราก็อยากจะเก็บช่วงเวลาที่ดีๆ ที่เคยมีให้กันและกันไว้ ช่วงที่มีกัน รักกัน มันก็กุ๊กกิ๊กๆ กันอยู่สองคน แต่หลักๆ เลยก็อย่างที่บอกว่าหลังๆ เราสองคนเริ่มจะมีทัศนะคติบางอย่างในการใช้ชีวิตที่ไม่ตรงกัน เราก็ลองปรับ ลองให้เวลาทั้งตัวเค้า ให้ได้คิด และปรับเปลี่ยน ส่วนตัวเราก็มาลองคิดทบทวน ได้ลองมาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง ว่าเราจะเดินหน้าต่อไปหรือว่าจะหยุดเพียงเท่านี้ และคำตอบที่ได้ คือเราเป็นเพื่อนกันดีกว่า น่าจะเวิร์กกว่า''
 

เป็นเพราะพีเคเจ้าชู้หรือเปล่า
 

''เรื่องเจ้าชู้มันก็เป็นอุปนิสัยของแต่ละคน มันเป็นแคแรกเตอร์ของเค้า ไปถามเค้าเองดีกว่าว่าเค้าเจ้าชู้หรือเปล่า เอาเป็นว่าเมื่อเราได้มาคุยกันหลายๆ เรื่องแล้ว เป็นเพื่อนกันนั่นแหละดีที่สุด ซึ่งในวันที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เราก็ได้รู้ว่าเราก็มีความสุขดี รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ในเมื่อวันนึงมีคนนึงเข้ามาในชีวิตเรา ทำให้เรามีความสุข แต่พออยู่ไปมันเริ่มเกิดความทุกข์ มันก็ต้องมาศึกษาหาเหตุผลว่า ความรักมันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต เรามีหน้าที่ต้องทำนะ ตื่นเช้าต้องไปอ่านข่าวทุกวัน ถ้าเรามัวแต่มานั่งคิดแต่ในเรื่องไม่สบายใจ มันก็จะลดพลังชีวิตของเราลงไป เพราะฉะนั้นเราจะตัดพลังชีวิตของเราทำไม ในเมื่อเราก็มีคนดูต้องรับผิดชอบ คิดแล้วก็เลยขอเลือกที่จะตัดก้อนทุกข์ออกไปจากชีวิตดีกว่า''
 

ใครบอกเลิกใครก่อน
 

''เรานี่แหละ...คือจู่ๆ ไม่ใช่ว่าเราจะมาบอกเลิกเลย แต่เราก็ได้ให้เวลาพีเคได้ลองปรับตัว ดูแล้วแต่มันก็ยังไม่ใช่สักที เราก็เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากจะให้เสียเวลา เพราะเค้าก็อายุไม่ใช่น้อยแล้ว 35-36 แล้ว ถ้ามันไม่ใช่แล้วก็ควรจะให้อิสระซึ่งกันและกัน ถ้าถามว่าเค้าโทร.มาง้อบ้างมั้ย ก็เห็นเมื่อวานเค้าก็มาง้อผ่านสื่อนะ (หัวเราะ) แต่ว่าอย่างที่บอกว่าเรื่องมันไม่ได้เพิ่งจะเกิดเมื่อวันสองวันนี้ มันเกิดมาสักพักนึงแล้ว ตัวเค้าเองเค้าก็รู้ดีว่า เค้ามีเวลามากแค่ไหนในการเข้ามา แต่สำหรับแมร์ถึงวันนี้คิดว่าเวลาของเรามันได้หมดลงไปแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่ทางเค้าสะดวกน่ะค่ะ เค้าอาจจะรู้ตัวช้าไปนิดนึง แต่ทางเราเวลามันหมดไปแล้วจริงๆ''
 

ส่วนเรื่องพีเคมีข่าวกับพริตตี้ นางแบบ หรือเปล่าเลยทำให้ง้อไม่สำเร็จ
 

''แมร์ว่าวันที่เราพูดคุยตกลงกันเนี่ย มันเป็นเรื่องของมือสองมือ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมือที่ 3 ถ้าเกิดมีมือที่ 3 มันก็คงจะมี 4-5-6 กันไปอีก แมร์ว่าเอาแค่ 2 มือนี่มันก็ปวดหัวอยู่แล้วนะ และต่อไปนี้ไม่ว่าเค้าจะไปมีข่าวกับใคร จะไปควงใคร ก็เป็นอิสระของเค้าแล้ว และเราก็ไม่ได้มีภาระที่จะไปติดตามตรงนั้น''
 

''ทำไมถึงไม่ยอมใจอ่อน ในเมื่อเค้าง้อขนาดนี้''
 

''อันนี้เราได้เวลาเค้ามามากเกินไปแล้ว ยังยืนยันและชัดเจน ว่าการเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน จบลงก็คงต้องความเป็นเพื่อน ยังร่วมงานกันได้ เพราะหลายๆ งานก็คงต้องเจอกันอยู่แล้ว ในชีวิตเรายังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องทำ ต้องโฟกัส เพราะนั้นเรื่องความรักก็ขอให้มันได้พักก่อน แต่ไม่ใช่ว่าจะเข็ดนะ ยังเปิด 24 ชม. แบบเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่ ถามว่าความรักครั้งนี้จบเร็วไปมั้ย มันคงไม่มีอะไรมาวัด เอาเป็นว่าทางพุทธศาสนาเค้าบอกว่า ถ้าคนเราเป็นคู่กันแล้วมันคงไม่แคล้วกันหรอก แต่ตอนนี้หมดเวรหมดกรรมกันแล้ว''
 

เรือนหอ...แม่ไม่ปลื้ม
 

ไม่ใช่เรือนหอ ขอย้ำเลยว่าไม่ใช่ นั่นบ้านพีเคเค้า ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย โอเคว่าเรามีที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น แต่ก็ไม่ได้ใกล้กันมากนัก เรายังคิดอยู่เลยว่าจะสร้างบ้านตรงนั้นดีมั้ยหรือว่าจะเอาไปทำอะไร ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ส่วนที่บอกว่าแม่ไม่ปลื้ม อันนี้ก็ไม่จริงอีกนั่นแหละ คืออยากจะบอกตรงนี้เลยว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคนไปกระทบกระเทือนถึงเรื่องของผู้ใหญ่ เพราะแม่พีเคน่ารักมาก คือแม่จะคอยโทร.มาถามว่าเป็นไงบ้าง คุยกันไปถึงไหนแล้ว รวมถึงพี่ชายเค้าด้วยที่โทร.มาอย่างสม่ำเสมอ เค้าให้กำลังใจเราตลอด และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่เราก็ยังเคารพท่านอยู่เสมอ เพราะบ้านแมร์กับบ้านแม่พีเคอยู่ใกล้กัน ก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
 

ล่าสุด หลังจากที่ฟังความทั้ง 2 ฝ่ายไปแล้ว ทางสยามดาราได้รับรายงานแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า ปมรัก รอยอดีต ที่ทำให้ทั้งคู่สะบั้นเลิฟกันนั้นไม่ใช่แค่เพียงทัศนคติที่ไม่ลงรอยกันจนสุดจะฝืนกันเพียงอย่างเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของพีเคที่ชอบบริหารเสน่ห์ให้สุภาพสตรีลุ่มหลงอยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะเป็นน้องนางวัยละอ่อน ที่ผ่านมาข่าวลือว่าหลายคนอยู่เหมือนกัน แต่ล่าสุดที่สยามดาราได้รับรายงานนั้นเป็นสาวสวยหน้าใส หนึ่งในสามที่เป็นเจ้าของตำแหน่งซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล คอนเทสต์ 2008 ''น้องจูน'' ปวีณา รุ่งรัตนวิไล อายุ 19 สัดส่วน 32-24-36 สูง 170 ซม. กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ ม.กรุงเทพ
 

โดยแหล่งข่าวรายงานว่าทั้งคู่ได้พบสบตากันบนเวทีซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล คอนเทสต์ 2008 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา จากวันนั้นความสัมพันธ์ที่ดีก็งอกงามขึ้น นอกจากนี้แล้วแหล่งข่าวคนเดิมยังระบุมาอย่างชัดเจนอีกด้วยว่า อันที่จริงแล้วสัมพันธ์ระหว่าง กาละแมร์ และ พีเค ขาดสะบั้นกันมานานแล้ว แต่เพิ่งจะออกมาเปิดใจเมื่อไม่นานมานี้
 

และเมื่อได้รับทราบเรื่องราวข่าวเลิฟร้อนๆ ที่เกิดขึ้นทางสยามดาราจึงได้ติดต่อไปยังน้องจูน แต่ไม่สามารถติดต่อได้
 

สำหรับ ''น้องจูน'' ปวีณา รุ่งรัตนวิไล คนนี้ถือว่าเป็นสาวสวยที่มีดีกรีความงาม เนื่องจากว่าผ่านเวทีการประกวดมาหลายเวที อาทิ มิสอันดามัน ปี 2005, เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2003 ปีที่ ''มิกซ์'' จันทร์จิรา เกิดประสพ ได้รับตำแหน่งนั่นเอง
 

''อันที่จริงแล้วแมร์เขาเป็นคนที่เสน่ห์แรงไม่ใช่น้อย ตลอดเวลาที่คบหากับแมร์มา พีเคเขาตกเป็นข่าวกับสาวๆ มาโดยตลอด หนึ่งในจำนวนนั้นก็มีน้องจูนที่เพิ่งจะมารู้จักกันในช่วงที่มีการประกวดซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล คอนเทสต์ 2008 ซึ่งน้องจูนเขาเข้าประกวด พีเคเขาไปเป็นพิธีกร ก็รู้จักกันเรื่อยมา จะว่าไปแล้วคนอย่างกาละแมร์นั้นถึงแม้จะเป็นคนที่ใจเด็ด หากแต่ว่าเธอเป็นคนที่รักใครรักจริงนะ ถ้าไม่เหลืออด เหลือทนจริงๆ เขาคงไม่เลิกหรอก แล้วคุณคิดว่าจะมีเรื่องสักกี่เรื่องที่ทำให้ผู้หญิงที่รักใครรักจริงคนหนึ่งจะเลิกแฟน!!'' แหล่งข่าวพูดปิดท้ายอย่างมีปริศนา