ผู้เขียน หัวข้อ: “ถ้าผมไม่แสดง พวกเขาจะฆ่าผม” สารสุดท้ายจาก “ไมเคิล แจ็กสัน”  (อ่าน 2923 ครั้ง)

ออฟไลน์ arch

  • Arch MerciGod
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 17,213
  • Karma: +5895/-0
  • Arch MerciGod
    • MerciGod
“ถ้าผมไม่แสดง พวกเขาจะฆ่าผม” สารสุดท้ายจาก “ไมเคิล แจ็กสัน”

นับเป็นเรื่องที่กดดันและรบกวนจิตใจ “ไมเคิล แจ็กสัน” ราชาเพลงป็อปผู้จากไปมากทีเดียว กับการที่เขาต้องขึ้นแสดงคอนเสิร์ตครั้งสำคัญยาวนานกว่า 50 รอบ ที่เบื้องหลังแล้วเขาเผยกับเพื่อนว่า “ถ้าผมไม่แสดงพวกเขาจะฆ่าผม”
       
       ปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ติดตัวเขามายาวนาน จนกระทั่งข่าวคราวการหวนคืนเวทีกลับมาแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายของนักร้องดังแทบแตกสลายจวบจนวันที่เขาเสียชีวิต
       
       การพึ่งพายาต่างๆ ของไมเคิล เริ่มบานปลายมากขึ้นจนยากจะควบคุม ส่งให้นักร้องที่มีโชว์ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกต้องตกเป็นเหยื่อลงไปในหลุมดำมืดบอดที่พาชีวิตเขาไปสู่ประสบการณ์อันเลวร้าย
       
       ร่างกายที่ปกติก็แทบจะแตกสลายอยู่แล้วของไมเคิล ในที่สุดก็ได้หยุดทำงานลงหลังจากที่เขาซ้อมหนักเพื่อเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตการกลับคืนเวทีอีกครั้งของเขาที่กำลังจะจัดขึ้นที่ โอทู อารีนา ในเดือนหน้านี้
       
       แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเขาได้กล่าวเมื่อคืนนี้ว่า “เราค่อนข้างวิตกอย่างมากเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเขาตอนช่วงหลังๆมานี้ ที่ทำให้เขาเริ่มพบจิตแพทย์บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาบอกว่าตอนนี้เขาถูกผลักให้จนมุมแล้ว ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่าเขาอาจจะตาย หรืออาจถูกฆ่าถ้าหากเขาไม่แสดงคอนเสิร์ตที่ลอนดอน”
       
       “เขายังพูดต่อไปว่า เขาต้องแสดงคอนเสิร์ตนี้เพราะว่าเขาเป็นหนี้และต้องใช้เงินจำนวนมาก เขาจะพูดแต่เรื่องนี้เสมอ ร่างกายของเขาเริ่มจะหยุดทำงานแล้วขณะที่เขาก็ต้องการใช้ยามากขึ้นๆๆ”
       
       “เพื่อนของเขาบอกเลยว่า เขาได้เซ็นใบมรณบัตรไว้เรียบร้อย ทันทีที่เขาจรดปากกาลงไปเพื่อทำสัญญาการแสดงที่กำลังจะจัดขึ้นที่โอทู เขาไม่ยอมแพ้ต่อสภาพร่างกายและจิตใจของตนเองเลย”
       
       ทางด้านผู้ช่วยของเขาเองก็เริ่มที่จะกังวลมากขึ้นในเรื่องอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะคงที่ของไมเคิลก่อนที่เขาจะตายเท่าใดนัก ชั่วขณะหนึ่งเขาทั้งตื่นเต้น, มีพลัง และเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แต่ต่อมาเขาก็ลงไปนั่งกับพื้นและก็เริ่มสับสนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับคนรอบข้าง เขาเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับแผลเป็นเล็กๆ จากการผ่าตัดที่หน้าอกจากการศัลยกรรมผิวหนังที่มีเซลมะเร็ง และเริ่มท้อแท้เมื่อเขาถูกกำหนดให้ใช้ยาเพิ่มสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเบื้องต้น
       
       เขาบอกกับเหล่าสตาฟว่า เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่ามะเร็งจะเป็นตัวฆ่าเขา และนั่นคือสิ่งที่เขาถูกลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้า แต่เขาไม่บอกเหตุผลว่าทำไม
       
       ความพยายามต่างๆ มากมายเริ่มแสดงออกมาเรื่อยๆ เพื่อที่จะโน้มน้าวเขาให้ใจเย็นลงและบอกให้เลื่อนการแสดงออกไปด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพที่ระบุเพิ่มเติมว่าหูของเขาเองก็ใกล้จะดับเต็มทีแล้ว แต่เขาก็ตอบกลับทันที “ผมเป็นหนี้เขาไปทั่ว พวกเขาจะฆ่าผมถ้าผมไม่ร้องเพลงที่ลอนดอน”
       
       ทางด้านทนายความของครอบครัวแจ็กสันก็ได้ออกมากล่าวตำหนิคนวงในเมื่อวานนี้ว่า พวกเขากดดันไมเคิลมากเกินไป
       
       แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางครอบครัวของแจ็กสันได้กล่าวว่าพวกเขาอยากรู้อย่างมากถึงบทบาทของ AEG และที่ปรึกษาของเขาว่า ปฏิบัติและให้คำแนะนำกับไมเคิลอย่างไรถึงทำให้เขาต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้
       
       ไบรอัน อ็อกซ์แมน ที่คุ้นเคยกับครอบครัวของแจ็กสัน ออกมากล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ผมกลัวมาตลอด และเป็นสิ่งที่ผมคอยเตือนมาหลายครั้งแล้ว”
       
       ทางด้าน ทารัค เบ็น แอมเมอร์ อดีตโปรดิวเซอร์และเพื่อนของแจ็กโก ก็ออกมากล่าวว่าก่อนหน้านี้ไมเคิลเคยตกเป็นเหยื่อของ “แพทย์จอมหลอกลวง” มาแล้ว ทำให้เขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา
       
       “มันแน่ชัดสำหรับผมว่า อาชญากรรมในเหตุการณ์นี้ คือหมอที่ดูแลเขาและคอยดูแลเรื่องงานของเขามาตลอด เป็นผู้ทำลายใบหน้าและให้ยาเขาเพื่อคอยบรรเทาความเจ็บปวด ไมเคิลเป็นเพียงแค่คนที่คิดว่าตนเองป่วย และไม่มีใครเคยรู้จริงๆเลยว่าเขานั้นป่วยเพราะว่า เขาถูกแวดล้อมไปด้วยหมอจอมหลอกลวงที่คอยแต่จะเรียกเก็บเงินจากเขาเป็นจำนวนนับๆพันดอลลาร์ เพื่อจ่ายแค่ยาแก้ปวดกับวิตามิน”
       
       ทางด้านแหล่งข่าวอื่นๆ ออกมาระบุว่า “ไมเคิลถูกโน้มน้าวว่าถ้าหากเขาไม่ขึ้นแสดงที่ลอนดอน เขาจะต้องตาย เขาพูดแต่ว่า ' พวกเขาจะฆ่าผม ' แต่ไม่มีใครเข้าใจจริงๆว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร เขาเหมือนคนจิตตก”
       
       ทางด้านนายทุนที่จัดคอนเสิร์ตที่โอทู ยืนยันว่า แจ็กโกได้ผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนที่เขาจะเซ็นสัญญาทำข้อตกลงเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานี้แล้ว ไมเคิลหวังเพียงว่าคอนเสิร์ต This Is It จะเป็นการฟื้นและปลุกอาชีพนักร้องของเขาให้กลับมาโชติช่วงขึ้นอีกครั้ง และลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของเขาทิ้งไปได้
       
       ซึ่งตัวไมเคิล ได้รับการคาดการณ์ว่าเขาจะได้รับเงินเป็นจำนวนถึง 50 ล้านปอนด์จากการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิตเขาอยู่ในภาวะที่เรียกว่าเกือบล้มละลาย และอยู่ได้โดยอาศัยความกรุณาจากบรรดาเพื่อนๆ และความช่วยเหลือจากธนาคารเท่านั้น
       
       ทางด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ประเด็นหลักๆแล้วมันขึ้นอยู่กับครอบครัวของเขาว่าจะจัดการกับข้อตกลงต่างๆทางด้านทรัพย์สินของนักร้องดังอย่างไร
       
       มิสเตอร์ อ็อกซ์แมนกล่าวว่า “ผมคาดว่าการเสียชีวิตของไมเคิล แจ็กสัน เป็นแค่จุดเริ่มต้นเรื่องการต่อสู้ทางกฏหมายที่ไม่ใช่เพียงแค่ในตัวเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงทรัพย์สินต่างๆ ของเขาด้วย”
       
       บัตรคอนเสิร์ตมากกว่า 750,000 ใบถูกขายหมดเกลี้ยงแต่ข้อกังวลต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังจากที่ 4 คอนเสิร์ตแรกของเขาถูกเลื่อนออกไปตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทางนายทุนผู้จัดคอนเสิร์ตอย่าง AEG LIVE ตอนนี้พวกเขาต้องประสบกับภาวะทางการเงินอย่างหนักกับค่าเสียหายที่มีมูลค่ากว่า 300 ล้านปอนด์ ซึ่งการเสียชีวิตของแจ็กโก ต้องทำให้พวกเขาจ่ายเงินคืนค่าบัตรคอนเสิร์ตเป็นจำนวนถึง 51 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
       
       ทางด้านปัจจัยอื่นๆ อย่าง ต้นทุนโปรดักชันการผลิต, รายได้ที่คาดว่าจะได้จากแผนทัวร์คอนเสิร์ตในอนาคต และการจ่ายเงินล่วงหน้า ทุกอย่างนั้นได้อันตรธานลอยหายไปในอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ ในส่วนของการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของ “ไมเคิล แจ็กสัน” และได้มีการสอบสวนไปยังพยานคนสำคัญอย่าง “ดร.คอนราด โรเบิร์ต เมอร์เรย์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจที่เปิดเผยว่าอยู่กับไมเคิลที่บ้านพักของเขา และยังอยู่กับไมเคิลตอนที่หน่วยกู้ชีพมาถึงนั้นผลออกมาไม่พบข้อพิรุธแต่อย่างใด
        ...